โทนเนอร์กระชับรูขุมขน เพื่อความเนียนใสของผิวสวย

หลังขั้นตอนการล้างหน้าโทนเนอร์เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ช่วยให้การทำความสะอาดใบหน้าล้ำลึกและหมดจดขึ้น หรือจะเรียกกันง่ายๆ ว่าโทรเนอร์นั้นเป็นตัวปิดท้าย เพื่อเก็บรายละเอียดเพื่อให้ความมั่นใจ ว่าใบหน้าได้รับการทำความสะอาดที่สะอาดจริงๆ ก็ว่าได้ ยิ่งโทนเนอร์ทุกวันนี้นอกจากจะมาเพื่อช่วยทำความสะอาดแล้ว ยังเป็นโทนเนอร์กระชับรูขุมขน เพื่อช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียนยิ่งขึ้น และเป็นโทนเนอร์รักษาสิวด้วย แต่ก็ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นสำหรับประสิทธิภาพของโทนเนอร์ ที่สามารถช่วยในการดูแลปกป้องผิว ช่วยรักษาสิวรักษาร่องรอยหลังจากสิวหาย เมื่อใช้เป็นประจำจะรู้สึกได้เลยว่าผิวหน้าสะอาดขึ้น ปัญหาผิวต่างๆ ลดลง ทั้งปัญหาหน้ามัน ปัญหาสิวชนิดต่างๆ อย่างสิวเสี้ยน สิวอุดตัน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เราจึงไม่ควรมองข้ามตัวช่วยดีๆ เพื่อความสวยอย่างโทนเนอร์ไปค่ะ

โทนเนอร์กระชับรูขุมขน เป็นโทนเนอร์ที่มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษ ที่ช่วยในการปรับสภาพผิวให้มีความสมดุลช่วยสมานผิวและลดรอยสิว ลดรอยดำที่เกิดจาดสิว ช่วยรักษาสิว และบำรุงผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก และเป็นการดูแลปกป้องผิวอย่างถูกวิธี โทนเนอร์กระชับรูขุมขน มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษ ที่ช่วยในการปรับสภาพผิวหน้าให้ดูอ่อนกว่าวัย ผิวหน้านุ่มและกระชับขึ้น จึงดูเต่งตึง เนื้อโทนเนอร์มีความเข้มขนของส่วนผสมที่ปลอดภัย แต่บางเบาเหมาะสำหรับผิวหน้าและอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว

การใช้โทนเนอร์กระชับรูขุมขน ให้ถูกวิธี จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยต้องเช็ดหลังจากล้างหน้าเสร็จใหม่ๆ เช็ดวันละ 2 ครั้งเช้าเย็น ด้วยการชุบกับสำลีแผ่นเช็ดให้ทั่วใบหน้าและไม่ต้องล้างออก ทิ้งเอาไว้สักครู่หรือประมาณ 2-3 นาทีแล้วจึงค่อยตามด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้อยู่ หรือหากเป็นผลิตเซ็ตเดียวกันยิ่งจะช่วยให้การทำงานของโทนเนอร์กระชับรูขุมขน มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผิวสวยๆ ใบหน้าใสๆ เนียนๆ ก็จะตามมาแน่นอน

เรียน Google Analytics กับ Team Digital

เรียน WordPress กับ Team Digital

สร้างรายได้จากยูทูป กับ Team Digital

สรรพคุณของใบฝรั่งเพื่อรักษาอาการท้องเสีย

image001

 

ผลไม้ฝรั่ง ถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยนช์ต่อร่างกายเพราะอุดมไปด้วยวิตามีซีสูงมาก สามารถช่วยเพิ่มความสดชื่น นำมาปั่นเป็นน้ำปั่นก็อร่อย ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หาซื้อได้ง่าย นอกจากผลของฝรั่งจะมีประโยชน์ต่อร่างกายใครจะทราบบ้างว่าใบของฝรั่งก็ยังมีประโยชน์ไม่แพ้กันเพราะสามารถช่วยแก้อาการท้องเสียได้ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสรรพคุณและวิธีการใช้ประโยชน์จากใบฝรั่ง

ตั้งแต่สมัยโบราณผู้ฒ่าผู้แก่มักนิยมใช้ใบฝรั่งเพื่อรักษาอาการท้องเสียมาเป็นเวลานาน เนื่องจากสมัยก่อนไม่มียารักษาอาการท้องเสียในแบบแผนปัจจุบัน โดยการนำใบฝรั่งมาล้างน้ำให้สะอาด ประมาณ 10-15 ใบ แล้วโขลกพอแหลกใส่น้ำประมาณ 1 แก้วจากนั้นให้นำไปต้มใส่เกลือสามารถถนำมาดื่มเพื่อช่วยให้ร่างกายสดชื่นมากยิ่งขึ้นจากอาการท้องเสีย นอกจากนั้นยังช่วยให้อาการอ้องเสียของคุณดีขึ้นอีกด้วยเพราะในใบและผลฝรั่งอ่อนมีสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางชนิดด้วยภายในลำไส้ของเราได้ช่วยพบรรเทาอาการปวดจากอาการท้องเสีย ลดจำนวนครั้งของการท้องเสียลงได้ จากนั้นเมื่อได้มีการนำยามาเป็นสิ่งที่ช่วยรักษาทางการแพทย์ ได้มีการนำใบฝรั่งมาบดแล้วบรรจุลงในแคปซูลเพื่อให้ผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสียสามารถรับประทานได้ง่ายขึ้นและยักพกพาได้สะดวกอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าเราสามารถใช้วิธีการแผนโบราณและแผนปัจจุบันมารักษาอาการท้องเสียควบคู่กันได้ นอกจากนั้นหากเรามีการใช้อย่างถูกวิธีและดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องจะทำให้อาการท้องเสียบรรเทาลงจนหายได้เป็นปกติ สิ่งที่สำคัญขณะมีอาการท้องเสียคือความดูแลเรื่องอาหารการกินและดื่มน้ำที่สะอาดนั่นเอง

พักร่างกายให้พร้อมสู้กับโรคร้าย..ด้วยฟักทอง

ฟักทอง

ฟักทองลูกสีเหลืองส้ม สัญลักษณ์ประจำวันฮาโลวีน เทศกาลปล่อยผีที่น่ากลัวสุดๆ แต่ขอบอกว่าคุณสมบัติไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด แถมมีประโยชน์ในเรื่องของการป้องกันและมีผลลัพธ์ดีเยี่ยมในการรักษามะเร็งได้ด้วยนะเออ ฟักทองนั้นเป็นพืช ที่เป็นทั้งผักและผลไม้ มีสีเหลืองส้ม มีคุณค่าทางอาหารสูงทั้งในแง่ของพืช และสมุนไพรไทยที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้

สารคิวเคอร์บิตาซิน  ในเมล็ดฟักทอง มีประสิทธิภาพสูงในการต้านมะเร็งและเสริมฤทธิ์กับยาแผนปัจจุบันที่ใช้ในการรักษามะเร็งได้เป็นอย่างดี มีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด และยังช่วยปกป้องเซลล์ตับด้วย หากเราทานฟักทองทั้งเปลือก จะสามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายได้ และยังช่วยควบคุมความดันโลหิต บำรุงตับ บำรุงไต  กระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกาย และสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพได้อีกด้วย นอกจากนี้ สารเบต้าแคโรทีนในเฟักทอง ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและเซลล์มะเร็งอีกหลายชนิด หากเราทานฟักทองเป็นประจำ ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร ลำไส้ ปอด และเต้านมก็จะลดลง

ว้าววว สรรพคุณของฟักทองกับการป้องกันโรคมะเร็งนั้นมีมากมายอย่างที่เราคาดไม่ถึงเลยนะคะ วันหยุดว่างๆ ลองทำน้ำฟักทองปั่นซักแก้วก็คงจะชื่นใจดีไม่น้อย ว่าไหมคะ แต่สำหรับคนที่มีอาการกระหายน้ำ มีกลิ่นปาก หิวง่าย ปัสสาวะเป็นสีเหลือง ก็ไม่ควรทานฟักทองมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ค่ะ

ธาราบำบัด คืออะไร

ธาราบำบัด

 

เมื่อเราประสบปัญหาอาการ ปวดเข่า หรือ ได้รับบาดเจ็บทางเข่า เราก็ควรออกกำลังกายที่ไม่ใช่ เข่า ซึ่งการออกกำลังกายภายในน้ำนอกจากจะมีการ การว่ายน้ำ ,การเดินหรือการวิ่งในน้ำ ,การเต้น Aerobic ในน้ำ ยังมีการออกกำลังกายชนิดนึงที่กำลังเป็นที่สนใจในขณะนี้นั้นคือ ธาราบำบัด ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ ปวดเข่า หรือ มีปัญหาทางเข่า เป็นอย่างมากวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ ธาราบำบัด  ว่าคืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร

1.ธาราบำบัด คืออะไร??

ธาราบำบัด ถือว่าเป็นการออกกำลังกายในน้ำทางเลือกหนึ่งของการรักษาทางกายภาพบำบัดโดยใช้น้ำเป็นสื่อหรือตัวกลางในการรักษา ด้วยคุณสมบัติของน้ำที่สามารถพยุงรองรับร่างกาย ทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้อิสระและง่ายขึ้น ช่วยลดแรงกระแทก และช่วยบรรเทาความเจ็บปวดตามร่างกายในขณะฝึกและออกกำลังในน้ำ โดยปัจจุบัน ธาราบำบัด ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายเพราะสามารถควบคุมได้ง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาก เพียงแต่ต้องให้ผู้ควบคุมที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับกายภาพและกีฬาทางน้ำนั้นเอง ดังนั้นแล้ว เจ็บเข่า หรือ ปวดเข่า ก็ออกกำลังกายวิธีนี้ได้

2.หน้าที่และประโยชน์ของ ธาราบำบัด

โดยปกติแล้ว ธาราบำบัด จะถูกใช้กับที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อหรือข้อต่อเรื้อรัง ซึ่งส่งผลกล้ามเนื้อจนไม่สามารถกลับไปใช้งานได้อย่างปกติ ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหว ปวดเข่า เช่นเดินไม่มั่นคง ก้าวสั้น หรือเดินหลังค่อม ผู้ป่วยกระดูกหัก ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง จากโรคอัมพฤกษ์หรืออัมพาต ผู้ที่ต้องพักผื้นหลังผ่าตัดหรือหลังถอดเฝือกโดยเฉพาะในส่วนกระดูกสันหลังและกระดูกขาแต่ไม่ควรทำ ธาราบำบัด ในขณะที่แผลยังหายไม่สนิท

อาการดังกล่าวสามารถบรรเทาด้วยการ ธาราบำบัด ได้ทั้งสิ้นเพราะน้ำจะเป็นตัวช่วยพยุงรอบตัวเพื่อให้ง่ายต่อการฝึกและบรรเทาอาการได้ดียิ่งยิ่งขึ้น ธาราบำบัด ยังช่วยให้ผู้ที่ต้องการคลายเครียด ลดความอ้วน และสร้างเสริมร่างกายให้แข็งแรง และ ลดอาการ ปวดเข่า ปวดหลังฯลฯ ได้อีกด้วย

น้ำอัดลม น้ำผลไม้ ตัวการสำคัญของกรดไหลย้อน

กรดไหลย้อน

 

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ นาจะชื่นชอบในการดื่มน้ำอัดลม และน้ำผลไม้ โดยเฉพาะ น้ำอัดลม ต้องยอมรับเลยว่า บางคนนี่ดื่มแทนน้ำกันไปเลย การดื่มน้ำอัดลม นอกจากจะทำให้เราเป็นโรคอ้วนได้ง่ายแล้ว ยังเสี่ยงต่อการให้เราเป็น กรดไหลย้อนอีกด้วย ไม่เพียงแต่น้ำอัดลมเท่านั้น น้ำผลไม้ ก็เป็นตัวการของ กรดไหลย้อนเช่นเดียวกัน ดังนั้น สิ่งที่เราทำได้ ก็คือ ลดการดื่มน้ำอัดลม และ ลดการดื่มน้ำผลไม้ เพื่อป้องกันอาหาร กรดไหลย้อนนั่นเอง

ลดการดื่มน้ำอัดลม

น้ำอัดลมนั้น มีแก๊สเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ดังนั้นแล้ว น้ำอัดลมทำให้ปริมาตรของลม(อากาศ)และน้ำในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้อ้วนง่ายด้วย ซึ่งคนที่ดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ จะเป็น กรดไหลย้อน มากกว่าคนที่ไม่ดื่มน้ำอัดลม ถึง 5 เท่า

ลดการดื่มน้ำผลไม้

หลายคนก็คงอาจจะสงสัย เพราะว่า มีแต่คนอยากจะให้ดื่มน้ำผลไม้มากๆเพื่อบำรุงสุขภาพ แต่ เรากลับเขียนว่า น้ำผลไม้ ทำให้เป็นกรดไหลย้อน ทั้งนี้ก็เพราะว่า น้ำผลไม้มีน้ำตาลมาก ทำให้อิ่มได้น้อย ทำให้ปริมาตรของลม(อากาศ)และน้ำในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้อ้วนง่ายด้วย

ดังนั้นแล้ว บางครั้ง อาหารที่มีประโยชน์ ก็มักที่จะมีโทษในตัวตามมาครับ ซึ่งก็เหมือนกับเหรียญย่อมมีสองด้าน และ เมื่อเรารู้ถึง อะไรที่เป็นสาเหตุของการเกิด กรดไหลย้อนแล้ว เราก็ไม่ควรที่จะไปทำตามครับ ทำตามข้อแนะนำของเราเชื่อเลยครับว่า กรดไหลย้อน ไม่มาเยือนอย่างแน่นอน

พาร์กินสัน..ภัยร้ายวัยชรา

พาร์กินสัน

 

เมื่อไม่นานมานี้ ดาราชื่อก้องโลกอย่าง โรบิน วิลเลียมส์ ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยโรคซึมเศร้า ส่งผลให้เค้าต้องจบชีวิตของตัวเองลงอย่างน่าอนาถ ซึ่งหลังจากนั้น สื่อได้เปิดเผยว่า นอกจากเค้าจะเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว เค้ายังเป็นโรคพาร์กินสันในระยะเริ่มต้นอีกด้วย หลายๆคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ไม่รู้สาเหตุและอาการของโรคว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร วันนี้เราจะมาเรียนรู้สาเหตุและอาการของโรคพาร์กินสันกันค่ะ

ในสมองของคนเรา จะมีสารเคมีชนิดหนึ่งที่ผลิตขึ้นมา นั่นคือ โดพามีน นั่นเองค่ะ เจ้าโดพามีนนี้ เป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่คอยกระตุ้นการทำงานของสมองในส่วนต่างๆ  ซึ่งเมื่อนานวันเข้า สมองของเรามีการใช้งานมานาน ก็จะทำให้สมองของเราสร้างสารโดพามีนน้อยลง ส่งผลให้สมองของเราทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งในระยะเริ่มต้น เราจะมีอาการ มือสั่น แขนขาสั่น ขณะที่อยู่เฉยๆ เมื่อได้เคลื่อนไหวอาการสั่นก็เหล่านั้นก็จะหายไป ซึ่งอาการสั่นนี้จะเกิดขึ้นข้างเดียวก่อนและค่อยๆเริ่มสั่นทั้งสองข้าง นอกจากนี้ อาการของโรคพาร์กินสัน จะส่งผลให้กล้ามเนื้อของร่างกายเรามีการเกร็งอยู่ตลอดเวลาจนอาจต้องกินยาแก้ปวดเมื่อย หรือทายาคลายกล้ามเนื้อเพื่อคลายเส้น   นอกจากนี้ เราอาจจะสังเกตผู้ป่วยโรคพาร์กินสันได้จากการสังเกตทางสีหน้าที่เฉยเมยไร้อารมณ์ เสียงพูดที่คลุมเครือไม่ชัดเจน ก็จะทำให้เรารับรู้ได้ถึงความผิดปกติและพาเค้าไปรักษาได้ทันท่วงที

ในปัจจุบันนี้โรคพาร์กินสันสามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวไกลกว่าแต่ก่อนมาก มีวิธีการใหม่ๆ และยาใหม่ๆ ที่สามารถช่วยผู้ป่วยให้หายจากโรคนี้ได้